ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมถวายความอาลัย ขอพระองค์ เสด็จสู่สวรรคาลัย

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ประตูติเมื่อวันอังคารที่ ๒๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๖๘ ณ พระที่นั่งเทพสถานพิลาส ในหมู่พระมหามณเฑียร พระบรมมหาราชวัง ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรหนัก ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ซึ่งอยู่ติดกับพระที่นั่งเทพสถานพิลาส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ ๖ ทรงมีโอกาสเผ้าทูลละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระบรมชนกนาถ เพียงครั้งแรกและครั้งเดียว ในวันพุธที่ ๒๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๖๘ จากนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จสวรรคต ในวันรุ่งขึ้น

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระนามสมเด็จพระเจ้าพระราชธิดาในรัชกาลที่ ๖ ว่า “สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี” (เพชรรัตนราชสุดา หมายความว่า ลูกสาวของพระเจ้าแผ่นดินผู้เป้นดั่งดวงแก้ว สิริโสภาพัณณวดี หมายความว่า ถึงพร้อมด้วยวรรณะคือผิวพรรณหรือพระกำเนิดเป็นศรีอันงามพร้อม) ทั้งนี้ สมเด็จเจ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ทรงพระเจริญขึ้นภายใต้พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กับทั้งสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า โดยได้ทรงพระอักษร ณ โรงเรียนราชินี และทรงพระอักษรตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ณ ตำหนักรื่นฤดี ถนนนครราชสีมา ตราบกระทั่งทรงเจริญพระชันษาได้ ๑๒ ปี จึงเสด็จไปทรงศึกษา และรักษาพระอนามัย ณ ประเทสอังกฤษ

ในเดือนมีนาคม ๒๔๗๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสละราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เสวยราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๘ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกคำนำพระนามว่าพระขนิษฐภคินี (ลูกผู้น้อง) ของพระองค์ว่า “สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ” ครั้นถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คงคำนำพระนามของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ ผู้เป็นพระเชษฐภคินี (ลูกผู้พี่) ไว้ดังเดิม เนื่องจาก “ภคินี” แปลความได้ว่าพี่หญิงหรือน้องหญิงดุจเดียวกัน

ขณะประทับ ณ ประเทศอังกฤษ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ และพระนางเจ้าสุวัทนาฯ พระชนนี ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยในสหราชอาณาจักร ได้ทรงเอาพระทัยใส่ในกิจการของบรรดานักเรียน และชาวไทยในประเทศอังกฤษเสมอ ครั้นพระอนามัยดีขึ้น และสภาวการณ์ในประเทศไทยเป็นปกติแล้ว ได้เสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นการถาวร เมื่อ พุทธศักราช ๒๕๐๒ ประทับ ณ วังรื่นฤดี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดให้สร้างขึ้นในซอยสุขุมวิท ๓๘

จากนั้น ได้ทรงพระอุตสาหะวิริยะในการปฏิบัติพระกรณียกิจเจริญรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อย่างเต็มพระกำลัง อีกทั้งทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อยู่เป็นเนื่องนิตย์ สมเด็จพระเจ้าพคินีเธอฯ ทรงรับเป็นนายกกิตติมศักดิ์ ประธานกรรมการ องค์อุปถัมภิกาของสถาบัน และองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ กว่า ๕๐ องค์กร ทรงมุ่งมั่นบำเพ็ญพระกรณียกิจน้อยใหญ่ เพื่อความผาสุกของประเทศชาติและประชาชน จนตลอดพระชนมชีพ

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี มีพระจริยวัตรอันงดงาม ทรงเคร่งคัดในพระบวรพุทธศาสนา ทางสนพระทัยศึกษาธรรมะ ได้เคยเสด็จไปทรงศึกษาพระพุทธศาสนากับสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังขปริณายก เป็นเวลานานนับปี นอกจากนี้ยังทรงปฏิบัติพระกิจวัตรเป็นเวลาและตรงต่อเวลาอย่างยิ่ง หนึ่งในพระจริยวัตรที่เป็นแบบอย่างแก่ประชาชน เช่น พระนิยมในความเป็นไทย ทรงภาคภูมิพระทัยในความเป็นไทยอย่างยิ่ง โปรดทรงใช้ภาษาไทยอย่างถูกแบบแผน และทรงประหยัดมัธยัสถ์เป็นแบบอย่างแก่ข้าราชบริพารมาโดยตลอด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ พระราชทานพระมหากรุณาแก่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ อย่างสม่ำเสมอ อนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดพระหม่อมพระราชทานพระยศทหารแก่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ที่ พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง และพลอากาศเอกหญิง และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดแทบทุกตระกูล

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เสด็จไปประทับรักษาพระอาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต ณ ตึก ๘๔ ปี ชั้น ๕ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ และสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา ๑๖.๓๗ น. ของวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ รวมพระชันษา ๘๕ ปี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวายมีกำหนด ๑๐๐ วัน ตั้งแต่วันสิ้นพระชนม์เป็นต้นไป


Valid XHTML 1.0 Strict  Valid CSS!